การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

เป้าหมายที่ 3:
สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
เป้าหมายที่ 9:
โครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรม และอุตสาหกรรม
เป้าหมายที่ 12:
การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

ลูกค้า/ผู้บริโภค
พันธมิตรทางธุรกิจ
หน่วยงานกำกับดูแล
คู่แข่ง

เป้าหมายและผลการดำเนินงานที่สำคัญ

เป้าหมาย
สามารถวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มยาสามัญใหม่ได้อย่างน้อย
ผลิตภัณฑ์ต่อปี
ได้รับการอนุมัติสูตรตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรจากคณะกรรมการภายในบริษัทอย่างน้อย
ผลิตภัณฑ์ต่อปี
ได้รับการอนุมัติสูตรตำรับผลิตภัณฑ์ที่มีการลดหรือไม่มีตัวทำละลายอินทรีย์ที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในตำรับจากคณะกรรมการภายในบริษัทอย่างน้อย
ผลิตภัณฑ์ต่อปี
สามารถเปลี่ยนมาใช้บรรจุภัณฑ์รองหรือบรรจุภัณฑ์ทุติยภูมิ (Secondary Packaging) เป็นแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้
ไม่น้อยกว่า % ในปี 2573
จำนวนหัวข้อ QCC อย่างน้อยปีละ
เรื่อง
จำนวนหัวข้อ Kaizen อย่างน้อยปีละ
เรื่อง
เกิดผลประหยัดรวมไม่น้อยกว่า
บาท
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ ปี 2567
มีการพัฒนานวัตกรรมในกลุ่มยาสามัญใหม่ได้ 3 ผลิตภัณฑ์ และสามารถวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มยาสามัญใหม่ได้
ผลิตภัณฑ์
มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรนวัตกรรมได้ 2 ผลิตภัณฑ์ และได้รับการอนุมัติสูตรตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรจากคณะกรรมการภายใน บริษัทฯ ได้
ผลิตภัณฑ์
ปรับเปลี่ยนการเคลือบเงามาใช้น้ำเป็นตัวทำละลายจำนวน 287 รายการ คิดเป็น
%
ปรับเปลี่ยนมาใช้กระดาษที่มีส่วนผสมของวัสดุรีไซเคิลจำนวน 155 รายการ คิดเป็น
%
มีการกำหนดแผนการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์
ที่ลดการใช้ตัวทำละลายที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้มีความชัดเจนมากขึ้น
เกิดผลประหยัดรวม
บาท
จำนวนหัวข้อ QCC
เรื่อง
จำนวนหัวข้อ Kaizen
เรื่อง

ความมุ่งมั่น ความท้าทาย และโอกาส

การวิจัยและพัฒนาเป็นกระบวนการสำคัญที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้ยาและเวชภัณฑ์ที่มีความหลากหลายสามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น การเพิ่มกลุ่มผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลาย นอกจากจะช่วยขยายฐานของกลุ่มผู้บริโภคแล้ว การออกแบบการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมยังเป็นปัจจัยสำคัญที่มีส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคในปัจจุบัน รวมถึงการนำเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมต่างๆ มาใช้ในการวิจัยและพัฒนาจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันทางการตลาด สร้างจุดเด่นและความแตกต่าง เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ผู้บริโภค นอกเหนือจากการพัฒนานวัตกรรมมาใช้ในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างสรรค์นวัตกรรมในกระบวนการทำงานถือเป็นส่วนสำคัญที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เป็นการเพิ่มศักยภาพของพนักงานและทำให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

แนวทางการจัดการและแนวปฏิบัติ

กลุ่มบริษัท ให้ความสำคัญกับการนำนวัตกรรมมาใช้ในการวิจัยพัฒนาและกระบวนการทำงาน โดยมีการกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจและค่านิยมองค์กร เพื่อส่งเสริมให้เกิดการสร้างสรรค์นวัตกรรมทั้งด้านกระบวนการทำงานและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และในปี 2568 บริษัทฯ จะกำหนดนโยบายและแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับการพัฒนานวัตกรรมขององค์กรให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

บริษัทฯ ได้จัดตั้งศูนย์วิจัย BLC เพื่อดำเนินการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้งของกลุ่มบริษัทฯ และผู้ว่าจ้างภายนอก รวมถึงสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานวิจัยภายนอกทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนานวัตกรรมด้านการวิจัย ให้ได้งานวิจัยที่มีคุณภาพ เกิดประโยชน์ต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และพันธมิตรทางการค้า ทั้งนี้กลุ่มบริษัทฯ ได้มีการจัดทำกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ในแผนธุรกิจเพื่อกำหนดทิศทางในการดำเนินธุรกิจในอนาคต

สำหรับการพัฒนานวัตกรรมด้านกระบวนการทำงาน บริษัทฯ ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาระบบ QCC (Quality Control Cycle) เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมให้พนักงานเกิดความคิดสร้างสรรค์ พัฒนาทักษะในการวิเคราะห์และการแก้ไขปัญหาในกระบวนการทำงาน

แผนงานของประเด็นสําคัญด้านความยั่งยืน

1
การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่
กลุ่มบริษัท มีการจัดทำแผนการวิจัยสำหรับทุกผลิตภัณฑ์ โดยมีกรอบระยะเวลาที่ชัดเจน และมีการกำหนดงบประมาณเพื่อใช้สำหรับงานวิจัยในแต่ละปี และมีกระบวนการขออนุมัติสูตรตำรับจากคณะกรรมการออกแบบ ภายในบริษัทฯ ทำหน้าที่พิจารณาความเหมาะสมของสูตรตำรับและกระบวนการผลิตของผลิตภัณฑ์ที่ผ่านกระบวนการวิจัย
2
การวิจัยและพัฒนาสูตรตำรับและกระบวนการผลิตเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ในการวิจัยและพัฒนาตำรับได้คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผู้บริโภค และผู้ปฏิบัติงาน หลายปีที่ผ่านมาได้มีการปรับเปลี่ยนการใช้ตัวทำละลายในตำรับผลิตภัณฑ์หลายรายการโดยเปลี่ยนจากการใช้ตัวทำละลายอินทรีย์มาใช้น้ำเป็นตัวทำละลายแทน ซึ่งในปี 2567 ยังคงดำเนินการวิจัยและพัฒนาสูตรตำรับโดยไม่ใช้ตัวทำละลายอินทรีย์หรือลดปริมาณการใช้ให้ได้มากที่สุด
3
การใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
กลุ่มบริษัท ได้เริ่มดำเนินการปรับเปลี่ยนมาใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นในกลุ่มบรรจุภัณฑ์รองหรือบรรจุภัณฑ์ทุติยภูมิ (Secondary Packaging) ที่ไม่ได้สัมผัสกับผลิตภัณฑ์โดยตรงและไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพผลิตภัณฑ์ โดยได้พิจารณาครอบคลุมตั้งแต่ การเลือกวัสดุ การออกแบบงานพิมพ์ กระบวนการผลิตบรรจุภัณฑ์ของผู้ผลิต ซึ่งได้ดำเนินการเปลี่ยนชนิดกระดาษของกล่องบรรจุภัณฑ์ มาใช้กระดาษที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
4
การพัฒนาและการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วย QCC และ Kaizen
คณะกรรมการพัฒนาระบบ QCC (Quality Control Cycle) ได้จัดโครงการให้พนักงานเข้าร่วมผ่านกิจกรรมกลุ่ม QCC และกิจกรรม KAIZEN และมีการจัดประกวดเพื่อชิงเงินรางวัล

ความสําเร็จจากการดําเนินงานในปี 2567

ดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน ผลการดำเนินงานในปี 2567
สามารถวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มยาสามัญใหม่ได้อย่างน้อย 1 ผลิตภัณฑ์ต่อปี
ได้รับการอนุมัติสูตรตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรจากคณะกรรมการภายในบริษัทได้อย่างน้อย 1 ผลิตภัณฑ์ต่อปี
กำหนดเป้าหมายการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อลดการใช้ตัวทำละลายอินทรีย์ที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
สามารถเปลี่ยนมาใช้บรรจุภัณฑ์รองหรือบรรจุภัณฑ์ทุติยภูมิ (Secondary Packaging) เป็นแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ไม่น้อยกว่า 20%
  • จำนวนหัวข้อ QCC อย่างน้อยปีละ 10 เรื่อง
  • จำนวนหัวข้อ Kaizen อย่างน้อยปีละ 20 เรื่อง
  • เกิดผลประหยัดรวมไม่น้อยกว่า 50,000 บาท